ผมลังเลอยู่นาน ว่าจะอัพ Entry นี้ดีหรือเปล่า
เพราะถ้าหากว่าผมอัพแล้ว ผมจะรู้สึกไม่อยากเขียนเรื่องที่ซ้ำกับในหนังสือเหล่านี้ ท่านผู้อ่านไปอ่านในหนังสือที่ผมแนะนำให้เอง จะได้ข้อมูลที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าที่ผมเขียนมากนัก
มนุษย์คิดค้นตัวอักษรเพื่อการสื่อสาร เพื่อบันทึกองค์ความรู้ต่างๆไว้ และใช้หนังสือเพื่อบรรจุตัวอักษรเหล่านั้น
แม้ว่าปัจจุบันจะมีข้อมูลดิจิตอลในอินเตอร์เนตให้อ่านฟรี แต่สื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ก็ยังมีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลอยู่
ผมรับรู้ข้อมูลมากมายผ่านตัวอักษรและภาพประกอบเล็กๆน้อยๆจากหนังสือหลายสิบเล่ม ข้อมูลในหนังสือเหล่านี้ทำให้ผมทึ่งมาก ที่มนุษย์ค้นพบองค์ความรู้เหล่านี้ขึ้นมาได้
และยังทึ่ง ที่องค์ความรู้บางอย่างในหนังสือเหล่านี้ ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมคิดได้เอง จากประสบการณ์และกรอบความคิดของผม
บาง Entry ที่ผมเคยเขียนในบล็อกโครงการผงาดเหนือฟ้านี้ ก็มีเนื้อหาที่สื่อถึงสิ่งเดียวกับที่หนังสือเหล่านี้ต้องการจะสื่อให้คนอ่านทราบ
หลังจากที่ผมคิดทบทวนอยู่นาน ผมก็สรุปว่าแปะ Entry นี้ไปเถอะ เพราะว่า
1. เพื่อเตือนใจตัวเองว่า เราซึมซับองค์ความรู้เหล่านี้ไปแล้ว เอามันไปใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วย จะได้ไม่มีข้ออ้างว่าไม่รู้ก็เลยไม่ทำ
2. ข้อมูลในหนังสือเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อชาวโลก หากชาวโลกนำไปใช้ จะทำให้โลกนี้สวยงามขึ้น
3. โลกนี้ยังมีองค์ความรู้อื่นๆอีกมาก ผมเชื่อว่าผมยังหาเรื่องอื่นๆที่ไม่เหมือนกับในหนังสือเปล่านี้มาเขียนบล็อกต่อได้
4. ถึงผมจะเขียนเรื่องเดียวกับในหนังสือพวกนี้ คนอ่านก็ยอมรับได้ เพราะผมไม่ได้ลอกมาทั้งดุ้น ผมเอาเรื่องเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง เผื่อว่าคนอ่านจะอ่านเข้าใจง่ายขึ้น
หนังสือที่ผมแนะนำใน Entry นี้ ผมคัดมาเฉพาะเล่มที่ผมชอบจริงๆ และเหมาะสมกับทุกอาชีพ
หลายๆเล่ม มีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกันอยู่ด้วย
หลักปรัชญา จิตวิทยา ที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างมาก
ปัจจุบัน มนุษย์ให้ความสำคัญกับบุคลิค ซึ่งอยู่ภายนอก แต่ความสำเร็จที่ได้จากการพัฒนาบุคลิกกลับไม่ยั่งยืน
ประสิทธิผลที่ยั่งยืน จะต้องมาจากภายใน นั่นคืออุปนิสัยของแต่ละคน
โลกนี้กำลังถูกครอบงำด้วยมิจฉาทิฏฐิ วัฒนธรรมองค์กรซังกะบ๊วยปิดกั้นศักยภาพของมนุษย์อย่างมาก
เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ให้ถึงขีดสุด ต้องใช้อุปนิสัยที่ 8 เป็นตัวเสริมอุปนิสัยทั้ง 7 ข้างต้น
โลกนี้จำเป็นต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ หนังสือเล่มนี้อธิบายเกี่ยวกับหลักการด้านจิตวิทยาหลายๆอย่าง ที่ช่วยให้คิดสิ่งใหม่ๆออกมาได้
คิดอย่างไร ได้อย่างนั้น เพราะความคิดมีพลังแฝงอยู่อย่างมาก
หนังสือเล่มนี้ ได้ใช้หลักจิตวิทยา , ฟีสิกส์ และหลักธรรมะทางพระพุทธศาสนา อธิบายเรื่องพลังของความรู้สึกอย่างที่เข้าใจได้ง่าย
โลกร้อนเป็นปัญหาที่ชาวโลกกำลังเผชิญกันอยู่ ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดที่สร้างเครื่องล้างก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดออกไปจากบรรยากาศได้
ดังนั้น จึงต้องใช้หลักธรรมะควบคู่กับหลักการของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สร้างกรอบความคิดที่ถูกต้องให้แก่ชาวโลก จึงจะแก้วิกฤติโลกร้อนได้