2008/Jul/05

ผมลังเลอยู่นาน ว่าจะอัพ Entry นี้ดีหรือเปล่า

เพราะถ้าหากว่าผมอัพแล้ว ผมจะรู้สึกไม่อยากเขียนเรื่องที่ซ้ำกับในหนังสือเหล่านี้ ท่านผู้อ่านไปอ่านในหนังสือที่ผมแนะนำให้เอง จะได้ข้อมูลที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าที่ผมเขียนมากนัก

มนุษย์คิดค้นตัวอักษรเพื่อการสื่อสาร เพื่อบันทึกองค์ความรู้ต่างๆไว้ และใช้หนังสือเพื่อบรรจุตัวอักษรเหล่านั้น

แม้ว่าปัจจุบันจะมีข้อมูลดิจิตอลในอินเตอร์เนตให้อ่านฟรี แต่สื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ก็ยังมีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลอยู่

ผมรับรู้ข้อมูลมากมายผ่านตัวอักษรและภาพประกอบเล็กๆน้อยๆจากหนังสือหลายสิบเล่ม ข้อมูลในหนังสือเหล่านี้ทำให้ผมทึ่งมาก ที่มนุษย์ค้นพบองค์ความรู้เหล่านี้ขึ้นมาได้

และยังทึ่ง ที่องค์ความรู้บางอย่างในหนังสือเหล่านี้ ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมคิดได้เอง จากประสบการณ์และกรอบความคิดของผม

บาง Entry ที่ผมเคยเขียนในบล็อกโครงการผงาดเหนือฟ้านี้ ก็มีเนื้อหาที่สื่อถึงสิ่งเดียวกับที่หนังสือเหล่านี้ต้องการจะสื่อให้คนอ่านทราบ

หลังจากที่ผมคิดทบทวนอยู่นาน ผมก็สรุปว่าแปะ Entry นี้ไปเถอะ เพราะว่า

1. เพื่อเตือนใจตัวเองว่า เราซึมซับองค์ความรู้เหล่านี้ไปแล้ว เอามันไปใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วย จะได้ไม่มีข้ออ้างว่าไม่รู้ก็เลยไม่ทำ

2. ข้อมูลในหนังสือเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อชาวโลก หากชาวโลกนำไปใช้ จะทำให้โลกนี้สวยงามขึ้น

3. โลกนี้ยังมีองค์ความรู้อื่นๆอีกมาก ผมเชื่อว่าผมยังหาเรื่องอื่นๆที่ไม่เหมือนกับในหนังสือเปล่านี้มาเขียนบล็อกต่อได้

4. ถึงผมจะเขียนเรื่องเดียวกับในหนังสือพวกนี้ คนอ่านก็ยอมรับได้ เพราะผมไม่ได้ลอกมาทั้งดุ้น ผมเอาเรื่องเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง เผื่อว่าคนอ่านจะอ่านเข้าใจง่ายขึ้น

หนังสือที่ผมแนะนำใน Entry นี้ ผมคัดมาเฉพาะเล่มที่ผมชอบจริงๆ และเหมาะสมกับทุกอาชีพ

หลายๆเล่ม มีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกันอยู่ด้วย

หลักปรัชญา จิตวิทยา ที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างมาก

ปัจจุบัน มนุษย์ให้ความสำคัญกับบุคลิค ซึ่งอยู่ภายนอก แต่ความสำเร็จที่ได้จากการพัฒนาบุคลิกกลับไม่ยั่งยืน

ประสิทธิผลที่ยั่งยืน จะต้องมาจากภายใน นั่นคืออุปนิสัยของแต่ละคน

โลกนี้กำลังถูกครอบงำด้วยมิจฉาทิฏฐิ วัฒนธรรมองค์กรซังกะบ๊วยปิดกั้นศักยภาพของมนุษย์อย่างมาก

เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ให้ถึงขีดสุด ต้องใช้อุปนิสัยที่ 8 เป็นตัวเสริมอุปนิสัยทั้ง 7 ข้างต้น

โลกนี้จำเป็นต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ หนังสือเล่มนี้อธิบายเกี่ยวกับหลักการด้านจิตวิทยาหลายๆอย่าง ที่ช่วยให้คิดสิ่งใหม่ๆออกมาได้

คิดอย่างไร ได้อย่างนั้น เพราะความคิดมีพลังแฝงอยู่อย่างมาก

หนังสือเล่มนี้ ได้ใช้หลักจิตวิทยา , ฟีสิกส์ และหลักธรรมะทางพระพุทธศาสนา อธิบายเรื่องพลังของความรู้สึกอย่างที่เข้าใจได้ง่าย

โลกร้อนเป็นปัญหาที่ชาวโลกกำลังเผชิญกันอยู่ ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดที่สร้างเครื่องล้างก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดออกไปจากบรรยากาศได้

ดังนั้น จึงต้องใช้หลักธรรมะควบคู่กับหลักการของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สร้างกรอบความคิดที่ถูกต้องให้แก่ชาวโลก จึงจะแก้วิกฤติโลกร้อนได้

2008/Jun/26

ประเทศผู้นำเข้าสินค้า อย่างเช่น ประเทศในกลุ่ม EU หรือสหรัฐอเมริกา ออสเตรเรีย จะกำหนดมาตรฐานสินค้าที่จะนำเข้า หากสินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ก็จะส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้ไม่ได้

ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวผม ก็มาตรฐานสินค้าการเกษตร ที่มักจะกำหนดว่า

ห้ามปนเปื้อนสารเคมี เช่น ไนโตรฟูแรน คอแรมเฟริคอล มาลาไคท์กรีน ปุ๋ยเคมี ฯลฯ 

ขั้นตอนการผลิต ต้องไม่ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ห้ามปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ มีสุขอนามัยที่ดีในฟาร์ม จำกัดปริมาณปลาป่นที่ใช้ในอาหารสัตว์ (เพราะปลาป่น มาจากปลาทะเลที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นการเบียดเบียนธรรมชาติอยู่)

วัตถุดิบการผลิตทั้งหมด ต้องปราศจากการตัดต่อพันธุกรรม (GMO) หากจะเลี้ยงกุ้ง ก็ต้องใช้อาหารกุ้งที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นGMO

ต้องมีสวัสดิภาพสัตว์ ห้ามทรมาณสัตว์ ต้องให้สัตว์อยู่อย่างสบาย

คนบางกลุ่ม มองว่ามาตรฐานเหล่านี้นำมาซึ่งความยุ่งยากในการผลิตสินค้า เพิ่มต้นทุนการผลิตสินค้า เป็นการกีดกันทางการค้า เพื่อมิให้สินค้าเหล่านี้ตีตลาดสินค้าที่ผลิตในประเทศผู้นำเข้าเหล่านี้ได้

แต่จากที่ผมได้พูดคุยกับลุงประยูร แห่งสุรีรัตน์ฟาร์ม ลุงแกกล่าวว่า

"มาตรฐานเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกีดกันทางการค้า

แต่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศของเขา

และมีไว้เพื่อสภาพแวดล้อมของประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปขายในประเทศของเขาด้วย

พวกรัฐบาล ชอบคิดแทนเกษตรกร คิดว่าเกษตรกรไม่สามารถทำตามมาตรฐานพวกนั้นได้ แต่ความจริงแล้วเกษตรกรทำได้ เกษตรกรที่มารวมกลุ่มกับผมทุกคนก็ทำได้"

เกษตรอินทรีย์ มิได้มีไว้เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่ออุดมการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย

2008/Jun/22

ผมไม่ได้เอารูปงานคอสเพลย์มาแปะในบล็อกค่อนข้างนานแล้ว เนื่องจากช่วงฝึกงานต่างจังหวัด หายไปนาน

ได้รับทราบงานนี้ จากการ์ดเกมฟาดัลเกีย ซึ่งไปจัดงานแข่งในงานพอดี ก็เลยได้มาแข่งการ์ดและถ่ายภาพคนคอสฯไปด้วย

มีรูปที่อยากถ่ายอยู่ แต่ว่าติดภารกิจแข่งการ์ด เลยพลาดโอกาสไป ไว้จะลองหาจากบล็อกอื่นๆดู

MV ที่ฉายในงานนี้บรรเจิดมาก

 รูปซุซาคุกางขากระโดด เอามาทำอะไรได้มากมายเหลือเกิน

ชาวดาวเคโรนก็สามารถทำหน้าแบบลูลูชได้

* ภาพทุกกภาพที่แปะในนี้ ไม่มีการปรับสี แสง ใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการแต่งภาพด้วย Paint Tools หรือ Smooth Tools ใดๆ

* ผู้ที่เซฟภาพจาก Entry นี้ ขอให้ลงชื่อในคอมเมนต์ด้วย ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูป ขอให้แสดงตัวด้วย เราจะได้จำชื่อท่านได้

* คัดมาเฉพาะรูปที่ถ่ายชัด และถ่ายออกมาสวย

* เรียงลำดับภาพจากบนลงล่าง ตามลำดับการถ่าย ภาพที่ถ่ายก่อนจะอยู่บน ภาพที่ถ่ายทีหลังจะอยู่ล่าง

* หากภาพใดมีคำอธิบาย จะมีคำอธิบายอยู่ใต้รูป

กลุ่ม Vocaloid สวยมาก

ผมชอบดีไซน์ของพวกตัวละคร Vocaloid นะ เพราะว่ามันดูแล้วเรียบง่าย ไม่ได้มีรายละเอียดโคตรอลังการแบบเรือเหาะในไฟนอลแฟนตาซี 12 แต่ดูมีเอกลักษณ์ น่าสนใจมาก และคนเข้าถึงได้ง่ายด้วย วาด FanArt Vocaloid ง่ายกว่าวาด FanArt เรือเหาะไฟนอลแฟนตาซี 12 เสียอีก

นี่คือกลุ่มคนที่มารุมถ่ายคอสเพลย์ Vocaloid ในงานนี้

ตัวผมนี่นับว่าโชคดีนะนี่ ที่ตอนแรกเข้าไปหน้าๆได้ ไม่โดนคนอื่นบัง

สวย และเท่ห์มาก

นานๆครั้ง ผมจะถ่ายรูปในหอประชุมที่โรงพยาบาลเซนหลุยส์แล้วภาพชัดสักครั้ง

คงจะเป็นเพราะว่าอยู่ใกล้กระจกที่ระเบียง เลยมีแสงพอ

ปิดท้ายด้วยรูปตัวเอง ถ่ายที่โรงอาหารข้างล่าง

ภูมิใจเสนอเสื้อประจำตัวที่เพิ่งเพนท์ใหม่มาก

คนที่เคยเห็นแล้ว อาจจะสงสัยว่าเพนท์ใหม่ตรงไหน ดูยังไงก็ลายเดิม แต่ว่าลายเดิมนั้นมันเริ่มจะจางและซีดลงมาก ผมเลยซื้อสีมาเพนท์เองใหม่ ซึ่งใช้สีแบบใหม่ด้วย

ขอขอบคุณ

ตัวเอง ขยันถ่าย ขยันแปะ

คนคอสทุกท่าน ที่ยอมให้ถ่าย

ทีมงานผู้จัดงานทุกท่าน

โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

และท่านผู้อ่านที่เข้ามาเยี่ยมชม

และอีกหลายสิ่งที่ช่วยให้มี Entry นี้ได้ ไม่ว่าจะ Exteen , โปรแกรม ACD See 10 ที่ช่วยย่อภาพ หมุนภาพได้ , กล้องดิจิตอลประจำตัว , ฯลฯ



ศรี
View full profile