2005/Mar/18

เศรษฐกิจแบบบริโภคนิยมคืออะไรนะหรือ

มันก็คือการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นให้เกิดการบริโภคเยอะๆ

ทำไมถึงได้อยากจะกระตุ้นการบริโภคนักนะหรือ ก็เพื่อที่จะให้ผู้ผลิตสินค้า ขายสินค้าได้มากๆ จะได้ได้กำไรมากๆ ซึ่งกำไรนี้ ก็เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของผู้ผลิตสินค้าทีเดียว

และการผลิตสินค้าทีละจำนวนมากๆ ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ต่อสินค้า 1 หน่วยอีกด้วย

เพราะการซื้อวัตถุดิบในการผลิต ซื้อครั้งละเยอะๆ จะได้ในราคาที่ต่ำกว่า

 

ดูผิวเผิน มันก็ดี ผู้ผลิตมีรายได้มาก

 

แต่มันดีแล้วจริงหรือ?

 

 

หลักเศรษฐศาสตร์ คือ "การนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด มาใช้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่อย่างไม่จำกัด ให้คุ้มค่าที่สุด"

 

การผลิตสินค้ามากๆ ก็ต้องใช้วัตถุดิบในการผลิตมาก

วัตุถุดิบ ก็มาจากทรัพยากรธรรมชาติ

 

มองในอีกแง่หนึ่ง เศรษฐกิจแบบ บริโภคนิยม ก็เป็นการผลาญทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ผลิต ผลิตสินค้าได้มากๆ เพื่อที่จะได้ขายได้มากๆ เพื่อจะได้มีกำไรมากๆ

ถ้าผลิตสินค้าไว้มากๆแล้วขายไม่ออก ก็ยิ่งทำให้ขาดทุนย่อยยับมากตามเงินที่ลงทุนไป เป็นความเสี่ยงอันใหญ่หลวงของผู้ผลิตอีกด้วย

ขายสินค้าได้ 9,000 ชิ้น จากที่ผลิตมา 10,000 ชิ้น ยังดีกว่าขายสินค้าได้ 20,000 ชิ้น จากที่ผลิตมา 50,000 ชิ้น

อีกทั้งการผลิตสินค้ามากเกินไปยังเป็นการผลาญทรัพยากรธรรมชาติโดยเปล่าประโยชน์

การกระตุ้นการบริโภคมากเกินไป ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ความจริงเขาอาจจะไม่ได้อยากจะใช้จ่ายมากก็ได้ แต่เขาถูกกลยุทธ์ทางการตลาด บังคับให้ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้ามากเกินความต้องการและความจำเป็นของตนเอง

อย่างเช่น การเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยใช้บรรจุภัณฑ์หรูๆดูมีราคา ผู้บริโภคเขาอยากได้สินค้า ไม่ได้อยากได้บรรจุภัณฑ์ แต่ก็ต้องยอมจ่ายเงินให้กับค่าบรรจุภัณฑ์นั้น

การขายสินค้ารวมกันเป็นชุด ไม่แยกขาย หากคนอยากซื้อต้องจำใจซื้อทั้งชุดทั้งที่อยากได้แค่สินค้าบางตัวในชุด นี่ก็กระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินความต้องการ

หรือการเอาสินค้าที่ต้นทุนการผลิตต่ำมาก มาทำให้ดูเหมือนต้นทุนการผลิตสูง เพื่อจะขายได้ราคาสูงๆ นี่ก็ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภคเท่าไรนัก

เมื่อค่าใช้จ่ายมากขึ้น คนก็ต้องทำงานหนักขึ้น คนทำงานก็เป็นปัจจัยการผลิตด้วย คนเหล่านี้ก็หาเงินด้วยการกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่ตนมีส่วนร่วมในการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคนทำงานหนักขึ้น คนก็มีเวลาพักผ่อนน้อยลง มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง มีเวลาสร้างความฝันให้กับตัวเองน้อยลง มีเวลาให้กับการใส่ใจเรื่องจรรยาบรรณน้อยลง

มนุษย์ทุกคนมีฐานะเป็นผู้บริโภค ฉะนั้นผลเสียก็ตกอยู่กับมนุษย์ทุกคน

และผลเสียอย่างใหญ่หลวงในระยะยาวที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอีกว่า สักวันทรัพยากรธรรมชาติจะไม่พอมาหมุนเวียน ในการผลิตสินค้า

ปริมาณสินค้าที่ผลิตได้กับปริมาณสินค้าที่ขายได้ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเสมอไป

ยกตัวอย่างง่ายๆคือพวกสินค้าการเกษตรอย่างกุ้งทะเล ยิ่งผลิตมากต้นทุนยิ่งสูง แถมราคาที่ขายได้ก็ตกต่ำลง

ควรจะเปลี่ยนวิธีคิดกันใหม่แล้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

edit @ 17 Feb 2008 01:27:04 by ศรี

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ทุกระบบก็มีข้อดีข้อเสียครับ

ถ้าไม่อยากเพิ่มขยะ ต้องเพิ่มคุณค่าของสิ่งที่เราผลิต

การพิมพ์จำนวนน้อยคุณภาพดี และขายราคาแพง
ก็เป็นทางออกแบบหนึ่งครับ
#1  by  ข่าวประชาสัมพันธ์ (61.91.144.239) At 2005-09-03 00:36, 
ชอบ
#2  by   (61.19.198.35 /61.19.198.35) At 2007-06-16 10:05, 
มาเยี่ยมตามคำเชิญครับ

การบริโภคของแพงข้อนึงที่ผู้ผลิตต้องคิดคือทำไมเราต้องผลิตของที่ราคาสูงเท่านั้น

ร้านอาหารแนวบ้านๆ ที่มีแต่อาหารราคาสูงอยู่ในเมนู คนเข้าร้านก็น้อยลง

คนกินอยู่ก็หลงแต่การสั่งของหรูๆที่ไม่แพ้โต๊ะข้างๆ

แต่การ "กิน" เป้าหมายจริงๆคือทำให้ "อิ่ม" และ "อร่อย" ต่างหาก

ผมอยากเป็นพ่อครัวที่คุณสามารถกินข้าวผัดของผมก็อิ่มอร่อยได้ คุณสั่งหูหลามคุณก็อิ่มอร่อย

ไม่ว่าคุณจะสั่งแพงจะถูกคุณก็สามารถอิ่มอร่อย และนั่งกินด้วยกันได้

เพียงแค่คนสั่งหูฉลามก็ลิ้มรสเฉพาะที่มีแต่หูฉลามเท่านั้น ข้าวผัดก็ลิ้มรสที่มีแต่ข้าวผัด

ดังที่เศรษฐกิจพอเพียงคือให้ใช้ได้สมฐานะนั่นเองครับ
#3  by  petouchso At 2007-08-14 22:33, 
ทางออกคือ บริโภคอย่าง พอเหมาะ เหมาะสม
ส่วนคำตอบว่าตรงไหนที่เหมาะสมนั้น
ขึ้นอยู่กับกำลังของแต่ละคน บวกกับสามาัญสำนึกต่อแผ่นดิน ต่อสิ่งแวดล้อม
#4  by  Hippo O:ic At 2008-06-20 06:28, 
ลองไปอ่านหนังสือ Small Is Beautiful: Economics As If People Mattered เขียนโดย E. F. Schumacher ดูนะคะ
เล่มนี้เป็นต้นแบบของหลักการ การพัฒนาอย่างยั่งยืน
#5  by  Hippo O:ic At 2008-06-20 06:32, 

<< Home


ศรี
View full profile