เศรษฐกิจแบบบริโภคนิยมคืออะไรนะหรือ
มันก็คือการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นให้เกิดการบริโภคเยอะๆ
ทำไมถึงได้อยากจะกระตุ้นการบริโภคนักนะหรือ ก็เพื่อที่จะให้ผู้ผลิตสินค้า ขายสินค้าได้มากๆ จะได้ได้กำไรมากๆ ซึ่งกำไรนี้ ก็เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของผู้ผลิตสินค้าทีเดียว
และการผลิตสินค้าทีละจำนวนมากๆ ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ต่อสินค้า 1 หน่วยอีกด้วย
เพราะการซื้อวัตถุดิบในการผลิต ซื้อครั้งละเยอะๆ จะได้ในราคาที่ต่ำกว่า
ดูผิวเผิน มันก็ดี ผู้ผลิตมีรายได้มาก
แต่มันดีแล้วจริงหรือ?
หลักเศรษฐศาสตร์ คือ "การนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด มาใช้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่อย่างไม่จำกัด ให้คุ้มค่าที่สุด"
การผลิตสินค้ามากๆ ก็ต้องใช้วัตถุดิบในการผลิตมาก
วัตุถุดิบ ก็มาจากทรัพยากรธรรมชาติ
มองในอีกแง่หนึ่ง เศรษฐกิจแบบ บริโภคนิยม ก็เป็นการผลาญทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ผลิต ผลิตสินค้าได้มากๆ เพื่อที่จะได้ขายได้มากๆ เพื่อจะได้มีกำไรมากๆ
ถ้าผลิตสินค้าไว้มากๆแล้วขายไม่ออก ก็ยิ่งทำให้ขาดทุนย่อยยับมากตามเงินที่ลงทุนไป เป็นความเสี่ยงอันใหญ่หลวงของผู้ผลิตอีกด้วย
ขายสินค้าได้ 9,000 ชิ้น จากที่ผลิตมา 10,000 ชิ้น ยังดีกว่าขายสินค้าได้ 20,000 ชิ้น จากที่ผลิตมา 50,000 ชิ้น
อีกทั้งการผลิตสินค้ามากเกินไปยังเป็นการผลาญทรัพยากรธรรมชาติโดยเปล่าประโยชน์
การกระตุ้นการบริโภคมากเกินไป ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ความจริงเขาอาจจะไม่ได้อยากจะใช้จ่ายมากก็ได้ แต่เขาถูกกลยุทธ์ทางการตลาด บังคับให้ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้ามากเกินความต้องการและความจำเป็นของตนเอง
อย่างเช่น การเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยใช้บรรจุภัณฑ์หรูๆดูมีราคา ผู้บริโภคเขาอยากได้สินค้า ไม่ได้อยากได้บรรจุภัณฑ์ แต่ก็ต้องยอมจ่ายเงินให้กับค่าบรรจุภัณฑ์นั้น
การขายสินค้ารวมกันเป็นชุด ไม่แยกขาย หากคนอยากซื้อต้องจำใจซื้อทั้งชุดทั้งที่อยากได้แค่สินค้าบางตัวในชุด นี่ก็กระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินความต้องการ
หรือการเอาสินค้าที่ต้นทุนการผลิตต่ำมาก มาทำให้ดูเหมือนต้นทุนการผลิตสูง เพื่อจะขายได้ราคาสูงๆ นี่ก็ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภคเท่าไรนัก
เมื่อค่าใช้จ่ายมากขึ้น คนก็ต้องทำงานหนักขึ้น คนทำงานก็เป็นปัจจัยการผลิตด้วย คนเหล่านี้ก็หาเงินด้วยการกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่ตนมีส่วนร่วมในการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อคนทำงานหนักขึ้น คนก็มีเวลาพักผ่อนน้อยลง มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง มีเวลาสร้างความฝันให้กับตัวเองน้อยลง มีเวลาให้กับการใส่ใจเรื่องจรรยาบรรณน้อยลง
มนุษย์ทุกคนมีฐานะเป็นผู้บริโภค ฉะนั้นผลเสียก็ตกอยู่กับมนุษย์ทุกคน
และผลเสียอย่างใหญ่หลวงในระยะยาวที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอีกว่า สักวันทรัพยากรธรรมชาติจะไม่พอมาหมุนเวียน ในการผลิตสินค้า
ปริมาณสินค้าที่ผลิตได้กับปริมาณสินค้าที่ขายได้ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเสมอไป
ยกตัวอย่างง่ายๆคือพวกสินค้าการเกษตรอย่างกุ้งทะเล ยิ่งผลิตมากต้นทุนยิ่งสูง แถมราคาที่ขายได้ก็ตกต่ำลง
ควรจะเปลี่ยนวิธีคิดกันใหม่แล้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
edit @ 17 Feb 2008 01:27:04 by ศรี