2006/Sep/10

โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือชุด "พ่อรวยสอนลูก" ได้แบ่งคนทำงานหารายได้ เป็น 4 ทาง คือ

1. ลูกจ้าง เปรียบเสมือนฟันเฟืองของระบบ
เป็นคนที่ทำงานให้กับคนอื่น รายได้และอิสรภาพขึ้นอยู่กับเจ้านาย บริษัทเจ๊ง ตัวเองก็แย่ คนด้านนี้ต้องทำงานตลอด เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

2. เจ้าของธุรกิจส่วนตัว เปรียบเสมือนระบบ
เป็นคนประเภทจัดการงานทุกอย่างด้วยตัวเอง จะจ้างคนก็จ้างเอง ดูแลเอง ถ้าเราเจ็บป่วยตาย ก็ทำให้ธุรกิจของเราแย่ได้ คนด้านนี้ก็ต้องจัดการธุรกิจของตัวเองตลอด เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอดได้

3. เจ้าของกิจการ เปรียบเสมือนเจ้าของระบบ
คนด้านนี้จะไม่จัดการงานเองทุกอย่างไปตลอด เขาจะทำงานหนักช่วงแรก เพื่อพัฒนา แล้วสร้างระบบขึ้นมาเอง แล้วเขาก็จะให้ระบบนั้นทำงานได้ด้วยตัวมันเอง

4. นักลงทุน เปรียบเสมือนคนที่ลงทุนให้กับระบบ
คนด้านนี้ จะใช้เงินทำงานแทน แล้วปั่นเงินให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

คนที่เป็นลูกจ้าง และเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ต้องทำงานตลอดทั้งปีทั้งชาติ
ส่วนพวกนักลงทุน และเจ้าของกิจการ แค่ยอมลำบากช่วงแรกๆ ก็ปล่อยให้ระบบที่สร้างทำงานเองได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องดูแลตลอด คนด้านนี้มีอิสรภาพทางการเงินแล้ว

แต่การเป็นเจ้าของระบบ ก็ต้องมีระบบขึ้นมาเสียก่อน
ซึ่งระบบ คือลูกจ้างและเจ้าของธุรกิจส่วนตัว
อย่างเช่น เราเปิดแฟรนไชส์ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มีระบบสำเร็จรูปมาให้ เราแค่เอาเงินไปลงทุน แล้วเรียนรู้ระบบไปสักพัก แล้วระบบจะทำงานของมันเอง
พนักงานในร้าน ก็เป็นฟันเฟืองของระบบ ถ้าไม่มีพนักงาน ร้านก็อยู่ไม่ได้ ไม่มีผู้จัดการมาคอยดูแลพนักงาน ร้านก็อยู่ไม่ได้
นั่นคือมีอิสรภาพ บนความไม่อิสรภาพของคนอื่น

หรือพวกฉลาดๆ สร้างผลงานที่ดีๆ อย่างพวกศิลปิน พอแต่งหนังสือ วาดการ์ตูน ก็มีรายได้จากส่วนแบ่งของกำไรที่ได้จากการขาย
ก็ไม่แน่ คนพวกนี้ลำบากสร้างผลงานครั้งเดียว ก็มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ไปเรื่อยๆ ถ้าผลงานนั้นยังขายได้อยู่ แต่ถ้าสักวันผลงานนั้นขายไม่ได้ ก็ต้องมาลำบากลำบนสร้างผลงานใหม่ ยังดีหน่อยที่พวกนี้ มักจะทำด้วยใจรัก ถ้าหากว่าเขาต้องเหนื่อยอีกรอบ ก็ยังยินดีที่จะทำ
แต่คนงาน ในโรงพิมพ์ ก็ไม่ได้เป็นอิสระอยู่ดี พวกเขาก็ต้องทำงานเพื่อให้หนังสือออกมาได้ ไม่มีพวกเขา สำนักพิมพ์ก็อยู่ไม่ได้

แต่สมัยนี้ ก็มีธุรกิจ ที่เรียกกันว่า ธุรกิจเครือข่าย
คือให้แต่ละคน ไปสร้างเครือข่ายกันเอง แล้วก็เอาเงินปันผลมาแบ่งกัน หากคนเหล่านี้ยอมลำบากในช่วงแรก สร้างเครือข่ายที่มั่นคง ก็เป็นอิสรภาพได้ ทุกคนในเครือข่ายเป็นเสมือนเจ้าของกิจการ

แต่นั่นก็แค่เฉพาะในเครือข่ายของธุรกิจนั้นๆ

ข้าวที่เรากินอยู่นี้ มาจากใคร?
ก็มาจากเกษตรกร ซึ่งเกษตรกร ก็เป็นคนในฝั่งของเจ้าของธุรกิจส่วนตัว หรือลูกจ้าง
แล้วเกษตรกรเหล่านี้ ก็ต้องผลิตอาหาร ให้แก่คนอื่นตลอด ถ้าไม่มีเกษตรกรเหล่านี้ เราก็ไม่มีอาหารกิน
แล้วเกษตรกรเหล่านี้ เขามีอิสระหรือเปล่า? ผมว่าไม่นะ พวกเขาต้องทำงานตลอด

หรือถ้าไม่มีคนขับยานพาหนะโดยสาร เราจะโดยสารกันยังไง? จะขับรถเองรึ
หรือต่อให้ขับเอง ไม่มีช่างซ่อม จะเติมน้ำมันก็ไม่มีเด็กปั้ม ก็ต้องทำเองทุกอย่าง ซึ่งนั่นหมายความว่าอิสระของเรา ขาดหายไปส่วนหนึ่งแล้ว กับการดูแลเรื่องเหล่านี้

ถ้าไม่มีลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ระบบเศรษฐกิจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

แล้วไหนล่ะ อิสรภาพที่แท้จริง?
เรายังคงดูถูกพวกเขา ว่าพวกเขาดักดาน ไม่รู้จักก้าวจากลูกจ้างหรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัวมาเป็นเจ้าของกิจการสักทีหรือเปล่า?
เรามีอิสรภาพ บนความไม่อิสรภาพของคนอื่น แล้วเราให้อะไรกับคนที่เขาขาดอิสรภาพเพื่อเราบ้าง?

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แง่มๆ มันก็จริงอ่ะคับ
ผมก็เคยคิดคล้ายๆแนวนี้ อาจจะไม่คล้ายเลยมั้ง
คือ ผมคิดว่าทุกคนเรียนเสร็จแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ ถ้าทุกคนบนโลกเป็นหมอกันหมด แล้วใครหล่ะจะตัดผม ใครจะเก็บขยะ...
เหมือน มีคนกำหนดมาแล้ว ให้คนเราต้องแตกต่าง
ก็ไม่ควรไปว่า คนที่เค้าอยู่ต่ำกว่าเรา ให้คิดว่า มีเค้า ถึงมีเรา จะดีกว่า มั้งคับ
#1  by  Bot (221.128.119.135) At 2006-09-10 21:58, 
ในหนังสือเล่มนั้นมีตรงไหนบอกบ้างล่ะว่าเกษตรกรชั้นต่ำน่าดูถูก??
#2  by  กรรมกรไซเบอร์ (Shuu) At 2007-08-21 16:57, 
เวรดันไป Enter ซะก่อน เพิ่มๆ
ในหนังสือยังบอกเลยนะครับ ยิ่งคุณช่วยเหลือคนอื่นมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้น(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ...
ไงๆคน 95%ก็อยู่ด้านซ้ายอยู่แล้วครับ เพราะงั้นไม่ต้เองห่วงเลยว่าจะมีใครเป็นผู้ผลิตอะไรให้เรา แล้วคนที่อยู่ด้านขวา ก็ไม่มีใครไม่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อนเลยด้วยนะ(ไม่นับพวกลูกเถ้าแก่)..

=====
ต้องคิดก่อนนะ
1.โลกนี้มันไม่ยุติธรรมตั้งแต่แรกแล้ว
2.เราเป้น CEO ชีวิตตัวเองได้แล้วยัง
======
ทำตัวเองให้เป็นประโยชน์ก็พอแล้วครับ
คนที่มีอิสระหลายคนที่เข้าการกุศลก็มีเยอะแยะนะ
(ถึงจะทำเพื่อเลี่ยงการจ่ายภาษีก็เถอะ ก็ยังดีกว่าไม่ให้คนอื่นได้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ)
#3  by  กรรมกรไซเบอร์ (Shuu) At 2007-08-21 17:03, 
คนที่อยู่ผั่งซ้าย เขาก็อยากก้าวข้ามมานะครับ ,,
แต่ศักยภาพของเขาไม่มากพอ ทำให้ข้ามมาไม่ได้ ,,
เป็นภาวะจำยอมครับ ,, ผมเองก็ไม่ใช่ไม่อยากข้าม ,,
อยากข้ามมาฝั่งขวามากๆ ,, แต่ให้ทำแบบนั้นก็ทำไม่ได้ ,,
,,
ส่วนจะ โง่หรือไม่โง่ ผมก็ไม่รู้กับเขาด้วยหรอกนะ ,,
ผมรู้แต่ว่า ผมโง่หรือไม่โง่ ,,
,,

surprised smile
#4  by  indy : ★ heineken At 2008-07-19 06:16, 

<< Home


ศรี
View full profile