ผมเคยประกาศว่า ผมไม่เคยดองบล็อกเกิน 2 สัปดาห์
แต่ครั้งนี้ เห็นทีผมจะต้องเว้นว่างจากการอัพบล็อกนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว
เพราะผมจะต้องไปฝึกงานที่วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน
สถานีฝึกงานสำหรับนิสิตคณะประมงภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่มีอินเตอร์เนตหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากเหมือนกรุงเทพฯ
ผมไม่รู้ว่าผมจะได้มาอ่าน Comment จากท่านผู้อ่านก่อนที่ผมจะไปถึงสถานีฝึกงานหรือไม่ ผมอาจจะต้องกลับมาอ่านอีกทีหลังจากที่สิ้นสุดการฝึกงานครั้งนี้
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผมเพิ่งสร้างรากฐาน สำหรับโครงการลับอย่างหนึ่ง ผมอยากจะต่อยอดมันให้สูงในช่วงปิดเทิมนี้ และอยากจะเสริมฐานให้แข็งแรงต่อ
แต่เมื่อสถาณการณ์มันบังคับให้ผมต้องตีตัวออกห่างโครงการนี้ไปนาน ผมก็ต้องยอมถอยห่างออกมา
ผมให้ความสำคัญกับหลายๆบทบาทที่ผมเป็นอยู่ ทั้งบทบาทของศิลปิน , นักแข่งการ์ด , นิสิตคณะประมงภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , เจ้าของฟาร์มศรีผงาดบนระเบียงแคบๆหลังบ้าน
อันที่จริง ปีนี้ผมยังไม่ไปฝึกงานก็ได้ ไปปีหน้าแทนก็ได้ แต่ผมไม่อยากปล่อยภารกิจนี้ให้ค้างคา
โครงการลับของผม มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ก่อร่างสร้างตัวต่อจากฐานที่ผมสร้างไว้ให้แล้ว
ผมเชื่อใจว่า พวกเขาจะช่วยสร้างสรรค์ผลงานนี้ต่อจากผม ระหว่างที่ผมไม่อยู่
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำงาน ผมชอบสร้างสรรค์ผลงานมากกว่า
ไปฝึกงานครั้งนี้แน่นอนว่ามีงานให้ทำตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่มีวันหยุด ไม่มีค่าจ้าง แน่นอนว่าสถาณการณ์เยี่ยงนี้ไม่เป็นที่โสภาสำหรับผมนัก
ผมอยากใช้อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหาเลี้ยงชีพ เพราะผมเชื่อว่า หลังจากที่ผมวางระบบที่ดีเสร็จแล้ว ธรรมชาติจะช่วยให้ผมทำงานน้อยลง
สุรีรัตน์ Organic Farm ให้อาหารกุ้งกุลาดำตัวโตเต็มวัย เพียงวันละ 2 มื้อ ต่างจากฟาร์มอื่นๆที่ให้อาหารวันละ 3-4 มื้อ
สุรีรัตน์ Organic Farm ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำระหว่างการเลี้ยงกุ้งแต่ละรุ่นเลย
สุรีรัตน์ Organic Farm ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องยาและสารเคมีใดๆเลย
ทรัพยากรที่อัดลงไปก็ใช้น้อยกว่า ต้นทุนก็น้อยกว่า แถมขายได้ราคาที่สูงกว่า
ปัจจุบัน สุรีรัตน์ Organic Farm เป็นเช่นนี้
แต่ก่อนที่จะเป็นถึงขั้นนี้ได้ ลุงประยูร(เจ้าของฟาร์ม)และทีมงานของเขาต่อสู้มาอย่างหนักมากๆ
คนรุ่นหลังอย่างผมนับว่าโชคดี ที่คนรุ่นก่อนๆค้นพบองค์ความรู้ไว้มากแล้วบันทึกองค์ความรู้เหล่านี้ไว้
ก่อนผมจะสบาย ผมก็ต้องยอมลำบากก่อน
ก่อนจะคิดค้นเทคนิคการเลี้ยงกุ้งแบบใหม่ ก็ต้องมีทักษะพื้นฐานการเลี้ยงกุ้งเสียก่อน
ความลำบากในช่วง 1 เดือนนี้ มันจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น
หลังจากนี้ ความลำบากก็จะเข้ามาหาผมอีกเรื่อยๆ
แต่ผมเชื่อว่าผมจะไม่ลำบากตลอดชีวิต สักวันหนึ่งที่ผมสร้างรากฐานที่ดีได้ ผมจะลำบากกับการทำงานน้อยลง การทำงานจะกลายเป็นเรื่องสบาย
แล้วผมจะใช้เวลาที่มีมากขึ้น สร้างสรรค์ผลงานอื่นๆ ให้แก่ชาวโลก.
แต่ครั้งนี้ เห็นทีผมจะต้องเว้นว่างจากการอัพบล็อกนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว
เพราะผมจะต้องไปฝึกงานที่วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน
สถานีฝึกงานสำหรับนิสิตคณะประมงภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่มีอินเตอร์เนตหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากเหมือนกรุงเทพฯ
ผมไม่รู้ว่าผมจะได้มาอ่าน Comment จากท่านผู้อ่านก่อนที่ผมจะไปถึงสถานีฝึกงานหรือไม่ ผมอาจจะต้องกลับมาอ่านอีกทีหลังจากที่สิ้นสุดการฝึกงานครั้งนี้
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผมเพิ่งสร้างรากฐาน สำหรับโครงการลับอย่างหนึ่ง ผมอยากจะต่อยอดมันให้สูงในช่วงปิดเทิมนี้ และอยากจะเสริมฐานให้แข็งแรงต่อ
แต่เมื่อสถาณการณ์มันบังคับให้ผมต้องตีตัวออกห่างโครงการนี้ไปนาน ผมก็ต้องยอมถอยห่างออกมา
ผมให้ความสำคัญกับหลายๆบทบาทที่ผมเป็นอยู่ ทั้งบทบาทของศิลปิน , นักแข่งการ์ด , นิสิตคณะประมงภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , เจ้าของฟาร์มศรีผงาดบนระเบียงแคบๆหลังบ้าน
อันที่จริง ปีนี้ผมยังไม่ไปฝึกงานก็ได้ ไปปีหน้าแทนก็ได้ แต่ผมไม่อยากปล่อยภารกิจนี้ให้ค้างคา
โครงการลับของผม มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ก่อร่างสร้างตัวต่อจากฐานที่ผมสร้างไว้ให้แล้ว
ผมเชื่อใจว่า พวกเขาจะช่วยสร้างสรรค์ผลงานนี้ต่อจากผม ระหว่างที่ผมไม่อยู่
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำงาน ผมชอบสร้างสรรค์ผลงานมากกว่า
ไปฝึกงานครั้งนี้แน่นอนว่ามีงานให้ทำตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่มีวันหยุด ไม่มีค่าจ้าง แน่นอนว่าสถาณการณ์เยี่ยงนี้ไม่เป็นที่โสภาสำหรับผมนัก
ผมอยากใช้อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหาเลี้ยงชีพ เพราะผมเชื่อว่า หลังจากที่ผมวางระบบที่ดีเสร็จแล้ว ธรรมชาติจะช่วยให้ผมทำงานน้อยลง
สุรีรัตน์ Organic Farm ให้อาหารกุ้งกุลาดำตัวโตเต็มวัย เพียงวันละ 2 มื้อ ต่างจากฟาร์มอื่นๆที่ให้อาหารวันละ 3-4 มื้อ
สุรีรัตน์ Organic Farm ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำระหว่างการเลี้ยงกุ้งแต่ละรุ่นเลย
สุรีรัตน์ Organic Farm ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องยาและสารเคมีใดๆเลย
ทรัพยากรที่อัดลงไปก็ใช้น้อยกว่า ต้นทุนก็น้อยกว่า แถมขายได้ราคาที่สูงกว่า
ปัจจุบัน สุรีรัตน์ Organic Farm เป็นเช่นนี้
แต่ก่อนที่จะเป็นถึงขั้นนี้ได้ ลุงประยูร(เจ้าของฟาร์ม)และทีมงานของเขาต่อสู้มาอย่างหนักมากๆ
คนรุ่นหลังอย่างผมนับว่าโชคดี ที่คนรุ่นก่อนๆค้นพบองค์ความรู้ไว้มากแล้วบันทึกองค์ความรู้เหล่านี้ไว้
ก่อนผมจะสบาย ผมก็ต้องยอมลำบากก่อน
ก่อนจะคิดค้นเทคนิคการเลี้ยงกุ้งแบบใหม่ ก็ต้องมีทักษะพื้นฐานการเลี้ยงกุ้งเสียก่อน
ความลำบากในช่วง 1 เดือนนี้ มันจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น
หลังจากนี้ ความลำบากก็จะเข้ามาหาผมอีกเรื่อยๆ
แต่ผมเชื่อว่าผมจะไม่ลำบากตลอดชีวิต สักวันหนึ่งที่ผมสร้างรากฐานที่ดีได้ ผมจะลำบากกับการทำงานน้อยลง การทำงานจะกลายเป็นเรื่องสบาย
แล้วผมจะใช้เวลาที่มีมากขึ้น สร้างสรรค์ผลงานอื่นๆ ให้แก่ชาวโลก.